Don´t wait for a smile, to be nice. อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี |
|
Don´t wait to be loved, to love. อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น |
|
Don´t wait to be lonely, to recognize the value of a friend. อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน |
|
Don´t wait for the best job, to begin to work. อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน |
|
Don´t wait to have a lot, to share a bit. อย่ารอคอยให้มีมากๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด |
|
Don´t wait for the fall, to remember the advice. อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น |
|
Don´t wait for pair, to believe in prayer. อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน |
|
Don´t wait to have time, to be able to serve. อย่ารอคอยให้มีเวลา ...แล้วจึงทำประโยชน์ |
|
Don´t wait for anybody else pain, to ask
for apologies.... neither seperation to make it up.
อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี |
|
Don´t wait.......Because you don´t know how long it will takes. อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด ---------------------------------------------------
ชอบประโยคนี้จังอย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี
นั่นสินะ...ทำไมคนเราต้องรอให้อีกคนรู้สึก จนทนไม่ได้ก่อน ถึงจะรู้ว่า อะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ จะแกล้ง จะแหย่เล่น กับความรู้สึกของคนอื่น บางเรื่อง...เค้ารู้สึกมันเป็นเรื่องดีนะ...เพราะนั่นหมายความว่า "แคร์" แต่...ถ้าถึงที่สุดแล้ว...คุณทำอะไร...เค้าก็ไม่สนใจแล้วนี่สิ...ถึงจะชอบใช่ม่ะ |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น